วันอังคาร, 31 มีนาคม 2563
เชื่อมต่อประชาชาติภายใต้ยุทธศาตร์แห่งความมั่นคง Global Connectivity under Thailand Nation Security
ว่าที่ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์
สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูน

ตำรวจดีเด่นประจำเดือน

 

Lamphun Immigration Online Service

 

Presentation

<p>

</p>

 

 

Visitors Counter

00164331
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
301
355
1111
160442
10330
9964
164331

Your IP: 3.235.66.217
2020-03-31 06:58

ประชาสัมพันธ์

จับกุม เจ้าบ้านไม่แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว 2 ราย 2 คดี โดยนำรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะสนับสนุนภารกิจ

เมื่อวันที่ (30 มี.ค.63)

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.พิชญา บุญขจร รอง ผบก.ตม.5 โดยการนำของ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.ตม.จว.ลำพูน สั่งการชุดสืบสวนปราบปรามออกตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยง และออกตรวจสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้

1.เวลา 10.30 น. ตรวจสอบ บ้านพักเลขที่ 19/1 ม.3 ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน 

2.เวลา 13.30 น. ตรวจสอบ บ้านพักเลขที่ 438/6 ม.8 ต.วังผาง อ.เวียงหนองล่อง จว.ลำพูน จากการนำรถตรวจการณ์ อัจฉริยะตรวจสอบต่างด้าวมีเอกสารถูกต้อง แต่เจ้าบ้านไม่แจ้งที่พักอาศัยของบุคคลต่างด้าว จึงร่วมกันจับกุมตัวเจ้าบ้าน ตาม ม.38 (เปรียบเทียบปรับ เจ้าบ้าน 2 ราย 2 คดี)

โดยกล่าวหาว่า “เป็นเจ้าบ้านรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง” ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำการแจ้งที่พัก ตาม ม.38ฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป

 

ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ (27 มี.ค.63) เวลา 11.00 น.

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.ตม.จว.ลำพูน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออยู่ต่ออยู่ในราชอาณาจักร ของ MRS.NANG KHAM SEIN อายุ 57 ปี สัญชาติ เมียนมา ซึ่งยื่นคำร้องขออยู่ต่อด้วยเหตุผล เป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย (สามีไทย) พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ผลการตรวจสอบพบว่า ได้พักอาศัยอยู่ที่ดังกล่าวจริง ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบที่กำหนดไว้

 

ตรวจสอบการกักตุนสิ้นค้า /จำหน่ายสินค้าเกินราคา โดยนำรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะสนับสนุนภารกิจ

เมื่อวันที่ (26 มี.ค.63) เวลา 09.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5

พ.ต.อ.พิชญา บุญขจร รอง ผบก.ตม.5 โดยการนำของ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.ตม.จว.ลำพูน สั่งการชุดสืบสวนปราบปรามออกตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยง และตรวจสอบการกักตุนสิ้นค้า /จำหน่ายสินค้าเกินราคา บูรณาการร่วมกับพาณิชย์จังหวัดลำพูน กอ.รมน. โดยนำรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะสนับสนุนภารกิจ โดยตรวจสอบ แจ่มฟ้าพลาซ่า 179/1 ม.5 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน จากการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป

 

จับกุม เจ้าบ้านไม่แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว โดยนำรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะสนับสนุนภารกิจ

เมื่อวันที่ (26 มี.ค.63) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5

พ.ต.อ.พิชญา บุญขจร รอง ผบก.ตม.5 โดยการนำของ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.ตม.จว.ลำพูน สั่งการชุดสืบสวนปราบปรามออกตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยง และออกตรวจสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ -เวลา 15.00 น. ตรวจสอบ บ้านพักเลขที่ 224 ม.4 ต.วังผาง อ.เวียงหนองล่อง จว.ลำพูน

(เปรียบเทียบปรับ (ม.38) นายเดชา แสงตา อายุ 48 ปี สัญชาติ ไทย) จากการนำรถตรวจการณ์ อัจฉริยะตรวจสอบต่างด้าวมีเอกสารถูกต้อง แต่เจ้าบ้านไม่แจ้งที่พักอาศัยของบุคคลต่างด้าว จึงร่วมกันจับกุมตัวเจ้าบ้าน ตาม ม.38(เปรียบเทียบปรับ เจ้าบ้าน 1 ราย 11 คดี) โดยกล่าวหาว่า “เป็นเจ้าบ้านรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง” ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำการแจ้งที่พัก ตาม ม.38ฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป

 

ตม.จว.ลำพูน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของไวรัส COVID 19 Social Distancing

วันที่ 25 มี.ค.63 ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์

สว.ตม.จว.ลำพูน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูน ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังนี้

1. จัดระเบียบผู้มาติดต่อราชการ โดยจัดที่นั่ง และจุดรอรับบริการตามนโยบายระยะห่าง 1.5 เมตร (Social Distancing)

2. จัดทำเครื่องป้องกันใบหน้า (Face Shield) และได้นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

3. กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนาย สวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และจัดให้มีเจลแอลกอฮอร์ไว้ ณ จุดบริการประชาชน 4. ทำความสะอาดเค้าท์เตอร์บริการและจุดสัมผัสต่างๆ ด้วยแอลกอฮอร์ฆ่าเชื้อ